ประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง พร้อมเทคนิคเลือกให้ตรงงานและงบ
การส่งของจำนวนมากมักมาพร้อมความกังวล ทั้งกลัวของแตกหัก สูญหาย ส่งไม่ครบ หรือค่าใช้จ่ายบานปลายเกินงบที่วางไว้
หลายคนยิ่งสับสนเมื่อคิดถึงคำถามว่า ประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง แล้วควรเลือกแบบไหนให้คุ้มที่สุดกับงานของตัวเอง
คำตอบสั้นๆ คือ ต้องดูจากชนิดสินค้า น้ำหนัก ปริมาณ ระยะทาง และงบที่มี แล้วค่อยเลือกประเภทรถให้พอดี เช่น สินค้าชิ้นไม่มากใช้รถกระบะ ถ้าสินค้าเปราะบางใช้รถกระบะตู้ทึบ งานย้ายบ้านไปต่างจังหวัดใช้รถหกล้อ หรือถ้าของเยอะเต็มคันก็คุ้มกับการเหมารถทั้งคันมากกว่า การเลือกอย่างมีหลักแบบนี้ช่วยประหยัดเงิน ลดโอกาสของเสียหาย และตรงกับเป้าหมายที่ถามกันเสมอว่าเลือก ประเภทรถขนของ อย่างไรให้เหมาะทั้งสินค้าและงบประมาณ
ถ้ามีทีมงานมืออาชีพช่วยดูตั้งแต่วัดขนาดสินค้า แพ็กของ ยกขึ้นรถ เลือกรถ ไปจนถึงติดตามงานขนส่งถึงปลายทาง การส่งของชุดใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป
“ก่อนเลือกรถทุกครั้ง ให้เริ่มจากการดูสินค้าของตัวเองเสมอ ว่าหนักแค่ไหน เปราะบางไหม และต้องการความรวดเร็วระดับไหน” – ทีมงานรถรับจ้างย้ายของ.com
ประเด็นสำคัญที่จะสื่อในบทความนี้
ก่อนลงรายละเอียด ลองสรุปภาพรวมสั้นๆ เพื่อใช้เป็นเช็กลิสต์เวลาเลือกประเภทรถขนของ
- การรู้จัก ประเภทรถขนของตามกฎหมาย 9 ประเภท ช่วยให้เข้าใจกรอบที่ถูกต้อง เจ้าของกิจการจึงมองออกว่ารถแต่ละแบบมีหน้าที่หลักอะไร และข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักกับเส้นทางเป็นอย่างไร
- การแบ่งรถตามขนาดและน้ำหนักบรรทุกช่วยคุมต้นทุนได้ดีขึ้น เลือกได้ว่าของชุดไหนใช้รถกระบะ รถสี่ล้อใหญ่ รถหกล้อ หรือรถสิบล้อ เพื่อไม่เสียเงินกับรถที่ใหญ่เกินความจำเป็น
- ปัจจัยสำคัญในการเลือกรถมีทั้งชนิดสินค้า ความเปราะบาง มูลค่า น้ำหนัก ระยะทาง และรูปแบบบริการที่เลือก เช่น ฝากส่งรายชิ้นหรือเหมาคัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อทั้งราคาและความปลอดภัย
- รถขนของแบบพิเศษอย่างรถห้องเย็น รถบรรทุกของเหลว หรือรถบรรทุกวัสดุอันตราย ต้องมีมาตรฐานและใบอนุญาตเฉพาะ การรู้จักรถเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายได้มาก
- เมื่อต้องการคนช่วยแนะนำให้ตรงงาน รถรับจ้างย้ายของ.com มีทีมงานคอยดูให้ครบ ตั้งแต่เลือกรถ ประเมินงบ ไปจนถึงจัดทีมยกของและดูแลความปลอดภัยของสินค้าตลอดทาง
ประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง ตามกฎหมายไทย 9 ประเภท
ประเภทรถขนของมีอะไรบ้างตามกฎหมายไทย คำตอบหลักๆ มาจากการแบ่งของกรมการขนส่งทางบกที่กำหนด รถบรรทุก 9 ประเภท ตามโครงสร้างตัวรถและการใช้งานหลักของแต่ละแบบอย่างชัดเจน
การรู้ภาพรวมนี้ช่วยให้เลือกใช้บริการรถขนของได้ถูกประเภท ลดทั้งความเสี่ยงเรื่องกฎหมายและปัญหาน้ำหนักเกินพิกัด
ตามข้อมูลของ กรมการขนส่งทางบก ปัจจุบันประเทศไทยมีรถบรรทุกสะสมมากกว่าหนึ่งล้านสองแสนคัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์บนถนนหลวง
เมื่อรถมีจำนวนมาก การกำหนดประเภทรถให้ชัดเจนจึงช่วยจัดระเบียบ ทั้งเรื่องความปลอดภัย เส้นทางที่ใช้ได้ และอุปกรณ์ที่ต้องมีในรถขนของประเภทต่างๆ เช่น ระบบห้ามล้อ ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ยึดตรึงสินค้า
ในมุมการใช้งานจริง เรามักแบ่งเป็นกลุ่มรถขนาดเล็กถึงกลางอย่าง รถกระบะ และ รถสี่ล้อใหญ่ แล้วค่อยขยับไปสู่รถขนาดใหญ่ เช่น รถหกล้อ รถสิบล้อ รถพ่วง และรถกึ่งพ่วงที่ใช้ในงานโรงงานและโลจิสติกส์อุตสาหกรรม
รถขนของขนาดเล็กถึงขนาดกลาง รถกระบะ และรถสี่ล้อ

รถขนของกลุ่มนี้คือพระเอกของเจ้าของธุรกิจ SME ร้านค้าออนไลน์ และคนที่ต้องการส่งของในเมืองบ่อยๆ
ข้อดีหลักคือคล่องตัวสูง เข้าออกซอยแคบได้ง่าย และค่าขนส่งไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับงานที่ต้องการ
รถกระบะบรรทุก เป็นรถกระบะพื้นเรียบด้านท้าย อาจเป็นกระบะโล่งหรือมีโครงคอกและหลังคาเสริมที่เรียกว่ากระบะคอก จุดเด่นคือเลี้ยวง่าย จอดง่าย และเข้าพื้นที่จำกัดได้ดี เหมาะกับสินค้าทั่วไป วัสดุก่อสร้างขนาดไม่ใหญ่มาก สินค้าเกษตร หรือส่งเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น น้ำหนักบรรทุกโดยรวมประมาณห้าร้อยกิโลกรัมถึงราวหนึ่งตันต่อเที่ยว
รถตู้บรรทุก หรือรถกระบะตู้ทึบ จะมีตัวถังเป็นตู้ปิดรอบด้าน ป้องกันแดด ฝน และฝุ่นได้ดีมาก เหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้าแบรนด์ หรือสินค้ามูลค่าสูงที่ไม่อยากเสี่ยงให้เปียกหรือเป็นรอย การบรรทุกโดยทั่วไปอยู่ในช่วงหนึ่งถึงสามตัน เหมาะกับงานส่งของในเมืองหรือจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องคุมสภาพสินค้าให้ดีที่สุด
รถสี่ล้อใหญ่ คือรถบรรทุกสี่ล้อที่มีแชสซีและช่วงล่างแข็งแรงกว่ารถกระบะทั่วไป บรรทุกได้มากขึ้นทั้งน้ำหนักและปริมาตร เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่ยอดส่งต่อรอบเริ่มเยอะขึ้น การส่งของเข้าคลังสินค้า หรือการขนของย้ายหอพักที่มีเฟอร์นิเจอร์และกล่องหลายใบ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้รถหกล้อ
เพื่อให้เปรียบเทียบภาพรวมของรถขนของขนาดเล็กถึงกลางได้ง่ายขึ้น ลองดูจากตารางด้านล่าง
| ประเภทรถ | น้ำหนักบรรทุกโดยประมาณ | ลักษณะงานที่เหมาะ | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| รถกระบะบรรทุก | 0.5–1 ตัน | ของชิ้นเล็กถึงกลาง ส่งของในเมือง | คล่องตัวสูง เข้าออกซอยแคบได้ |
| รถตู้บรรทุก / รถกระบะตู้ทึบ | 1–3 ตัน | สินค้าเปราะบาง มูลค่าสูง | ป้องกันแดด ฝน ฝุ่น ได้ดี |
| รถสี่ล้อใหญ่ | 2–4 ตัน (ขึ้นกับรุ่น) | ย้ายหอพัก ส่งของล็อตกลาง | บรรทุกได้มากกว่ากระบะ แต่ยังคล่องตัว |
รถขนของขนาดใหญ่ รถหกล้อ รถสิบล้อ รถพ่วง และรถกึ่งพ่วง

เมื่อปริมาณสินค้าหรือระยะทางเริ่มมากขึ้น รถขนของประเภทใหญ่จะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้ดีกว่าอย่างชัดเจน
งานของโรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ และงานย้ายบ้านต่างจังหวัดมักอยู่ในกลุ่มนี้
รถหกล้อขนของ รองรับน้ำหนักราวสามถึงหกตัน เหมาะกับย้ายบ้านทั้งหลัง ย้ายออฟฟิศ ขนส่งสินค้าไปต่างจังหวัด หรือกระจายสินค้าจากคลังไปยังร้านสาขาต่างๆ ตามข้อมูลของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร การขนส่งสินค้าทางถนนมากกว่าร้อยละแปดสิบในไทยใช้รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่เป็นหลัก ซึ่งรวมถึงรถหกล้อด้วย
รถสิบล้อขนสินค้า รับน้ำหนักได้ประมาณสิบถึงสิบห้าตัน เหมาะกับงานวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก สินค้าเกษตรปริมาณสูง หรือเครื่องจักรอุตสาหกรรม รถกลุ่มนี้มักใช้เส้นทางระหว่างภาคหรือวิ่งเชื่อมท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรม
รถพ่วงและรถกึ่งพ่วงหรือรถเทรลเลอร์ ใช้เมื่อต้องขนของหนักมากหรือยาวเป็นพิเศษ เช่น ตู้คอนเทนเนอร์ ชิ้นส่วนเครื่องจักร หรือสินค้าโครงการใหญ่ น้ำหนักบรรทุกอาจไปได้ถึงยี่สิบถึงสามสิบตันตามแบบตัวพ่วง
ตารางด้านล่างช่วยเปรียบเทียบภาพรวมของรถขนของขนาดใหญ่แบบต่างๆ
| ประเภทรถ | น้ำหนักบรรทุกโดยประมาณ | ระยะทางเหมาะสม | งานที่เหมาะกับรถ |
|---|---|---|---|
| รถหกล้อ | 3–6 ตัน | ใกล้ถึงไกล | ย้ายบ้าน ย้ายออฟฟิศ กระจายสินค้า |
| รถสิบล้อ | 10–15 ตัน | กลางถึงไกล | วัสดุก่อสร้าง สินค้าโรงงาน เครื่องจักร |
| รถพ่วง | มากกว่า 15 ตัน | ไกล | สินค้าปริมาณมากหรือหนักมาก |
| รถกึ่งพ่วงเทรลเลอร์ | 20–30 ตันขึ้นไป | ไกลมาก | ตู้คอนเทนเนอร์ ส่งออก นำเข้า สินค้ายาวพิเศษ |
รถขนของแบบพิเศษที่ควรรู้จักก่อนเลือกบริการขนส่ง

นอกจากประเภทรถขนของตามกฎหมายหลักแล้ว ยังมีรถแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานเฉพาะทางโดยตรง
การรู้จักรถเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นเมื่อสินค้าของคุณมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ต้องควบคุมอุณหภูมิ หรือเป็นของเหลวที่เสี่ยงต่อการรั่วไหล
กลุ่มรถพิเศษที่พบได้บ่อย เช่น
- รถห้องเย็น สำหรับสินค้าแช่เย็นและแช่แข็ง
- รถบรรทุกของเหลว (รถแทงเกอร์) สำหรับน้ำดื่ม นม น้ำมัน
- รถบรรทุกวัสดุอันตราย เช่น สารเคมี วัตถุไวไฟ ก๊าซ
- รถเฮี๊ยบ สำหรับยกของหนักขึ้นลงจากรถ
- รถโม่ปูน และ รถดั๊มพ์ สำหรับวัสดุก่อสร้างและวัสดุเทกอง
งานก่อสร้าง โรงงานอาหารแช่แข็ง หรือธุรกิจเวชภัณฑ์มักต้องพึ่งรถแบบนี้ เพื่อให้ตรงมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพสินค้าและข้อบังคับของรัฐ
ข้อมูลจาก World Bank Logistics Performance Index ชี้ว่าไทยยังมีต้นทุนโลจิสติกส์สูง โดยส่วนสำคัญมาจากการขนส่งและการควบคุมคุณภาพสินค้า การเลือกประเภทรถให้ตรงงานจึงเป็นหนึ่งในวิธีลดต้นทุนส่วนนี้โดยตรง
รถที่ต้องการใบอนุญาตและข้อกำหนดพิเศษ
รถห้องเย็น สำหรับขนส่งสินค้าเย็นหรือแช่แข็งจะมีระบบทำความเย็นควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ระดับใกล้ศูนย์ไปจนถึงติดลบสิบแปดองศา
เหมาะกับอาหารสด ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ นม ยา และวัคซีนที่ต้องรักษาอุณหภูมิคงที่ตลอดทาง ตามข้อมูลของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หันมาใช้ระบบขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ
รถกลุ่มนี้ต้องดูแลระบบทำความเย็น ตรวจสอบเป็นประจำ และบางงานอาจต้องมีเอกสารยืนยันอุณหภูมิประกอบการขนส่งด้วย
รถบรรทุกของเหลว หรือที่มักเรียกว่ารถแทงเกอร์มีถังสแตนเลสหรืออลูมิเนียมที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับน้ำมัน นม หรือน้ำดื่ม
ตัวถังต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย และผู้ขับขี่ต้องมีความรู้เรื่องการบรรทุกของเหลวเพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ
กรณีเป็นสารเคมีจะเข้ากลุ่มวัสดุอันตรายซึ่งต้องมีป้ายสัญลักษณ์เตือนและใบอนุญาตเพิ่มเติมตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
รถบรรทุกวัสดุอันตราย เช่น วัตถุไวไฟ สารเคมีพิษ หรือก๊าซแรงดันสูง ต้องใช้ตัวถัง อุปกรณ์ และขั้นตอนความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่ารถทั่วไป
มีการกำหนดเส้นทางและเวลาเดินรถเฉพาะ รวมถึงข้อบังคับเรื่องการจอดและการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ
ส่วนรถกึ่งพ่วงสำหรับวัสดุยาวหรือรถโลว์เบดที่ขนเครื่องจักร เสาเข็ม หรือคานคอนกรีต มักต้องขออนุญาตเดินรถล่วงหน้า และบางกรณีต้องมีรถนำหน้าและรถตามเพื่อเตือนผู้ใช้ถนนรายอื่น
ข้อแนะนำสั้นๆ สำหรับผู้ใช้บริการรถแบบพิเศษคือ
- แจ้งประเภทสินค้าอย่างละเอียดกับผู้ให้บริการ
- ขอเอกสารใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขนส่งวัตถุอันตรายเมื่อเกี่ยวข้อง
- ตรวจสภาพภายนอกรถและอุปกรณ์ยึดตรึงก่อนรถออกทุกครั้ง
จะเลือกรถขนของแบบไหนให้เหมาะกับงานของคุณ
การเลือกรถขนของให้เหมาะกับงานคือหัวใจของคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับ ประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง และควรใช้แบบไหน
ถ้าเลือกรถได้ตรงชนิดสินค้า ระยะทาง และงบประมาณ จะช่วยลดต้นทุนและลดความเสี่ยงของเสียหายได้พร้อมกันในครั้งเดียว
งานวิจัยด้านโลจิสติกส์ของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ระบุว่าการจัดการขนส่งอย่างมีระบบช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้มากกว่าร้อยละสิบเมื่อเทียบกับการใช้รถผิดประเภท
ดังนั้นก่อนโทรหาบริษัทขนส่ง ควรประเมินภาพรวมสินค้าของตัวเองให้ชัดเจนก่อน
โดยหลักแล้วการเลือกประเภทรถขนของให้ตรงงานจะพิจารณาจากสามเรื่องหลัก คือ
- น้ำหนักและขนาดสินค้า
- ลักษณะความเปราะบางหรือเงื่อนไขพิเศษ
- ระยะทางพร้อมงบประมาณที่ตั้งใจจ่าย
สองหัวข้อถัดไปจะไล่ทีละมุมเพื่อให้คุณนำไปใช้คุยกับผู้ให้บริการได้ทันที
พิจารณาจากน้ำหนัก ขนาด และลักษณะสินค้า
การเริ่มจากตัวสินค้าเป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการคัดกรองว่าในบรรดา ประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง แบบไหนที่เหมาะกับงานของคุณจริงๆ
ลองจดรายละเอียดง่ายๆ ว่าสินค้าหนักเท่าไร กี่ชิ้น กว้างยาวสูงประมาณไหน และมีความเสี่ยงเรื่องการแตกหักหรือเสียหายจากอุณหภูมิหรือไม่
- สินค้าเปราะบางหรือมูลค่าสูง เช่น ทีวี ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ หรือของตกแต่งบ้าน ควรใช้ รถกระบะตู้ทึบ หรือ รถสี่ล้อใหญ่แบบตู้ปิด เพื่อป้องกันฝน ฝุ่น และแรงลมระหว่างทาง การแพ็กกันกระแทกด้วยโฟม มุมกันรอย และเชือกรัดเพิ่มเติมจะยิ่งช่วยลดโอกาสของบุบหรือแตกหักลงได้มาก
- วัสดุก่อสร้าง สินค้าเทกอง เช่น ปูน กระเบื้อง เหล็ก หรือดินทราย เหมาะกับ รถกระบะแบบคอก รถยกดั๊ม หรือ รถหกล้อคอก เพราะขนขึ้นลงง่ายและไม่กังวลเรื่องฝุ่นมากนัก หากน้ำหนักรวมเริ่มเกินสามตันควรขยับไปใช้รถหกล้อเพื่อลดความเสี่ยงน้ำหนักเกินพิกัด
- สินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น อาหารสด ไอศกรีม อาหารแช่แข็ง ยา และวัคซีน ต้องใช้ รถห้องเย็น แม้ค่าขนส่งจะสูงขึ้นแต่ช่วยรักษาคุณภาพสินค้าและลดความเสียหายที่อาจเกิดได้ทั้งล็อต ซึ่งมักมีมูลค่าสูงกว่าค่าขนส่งมาก
- เฟอร์นิเจอร์ การย้ายบ้านหรือย้ายออฟฟิศที่มีทั้งโซฟา เตียง ตู้เสื้อผ้า กล่องของจำนวนมาก เหมาะกับ รถหกล้อ หรือ รถสี่ล้อใหญ่ ที่มีพื้นที่พอให้จัดเรียงซ้อนชั้นได้ปลอดภัย ตามประสบการณ์ของทีม รถรับจ้างย้ายของ.com การเลือกรถที่เกินพิกัดน้ำหนักสินค้าจริงราวยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ช่วยลดโอกาสของเบียดหรือยุบตัวระหว่างทางได้ดีมาก
เคล็ดลับ: จดรายการของคร่าวๆ และถ่ายรูปของชิ้นใหญ่ส่งให้ผู้ให้บริการดู จะช่วยประเมินประเภทรถและจำนวนเที่ยวได้แม่นยำขึ้นมาก
พิจารณาจากระยะทางและงบประมาณ
เมื่อรู้ภาพสินค้าแล้ว ต่อมาคือการมองเรื่องระยะทางและงบที่ตั้งใจใช้กับการขนส่งครั้งนั้น
สองปัจจัยนี้มีผลต่อการเลือกประเภทรถขนของมีอะไรบ้างที่คุ้มที่สุดอย่างชัดเจน
การส่งของไม่มาก และส่งในเมืองหรือระยะใกล้มักเหมาะกับรถกระบะหรือรถ 4 ล้อใหญ่ เพราะคล่องตัว ประหยัดน้ำมัน(เมื่อเทียบกับรถ 6 ล้อ)
ถ้าของเยอะจำนวนมาก และเป็นงานระยะไกล เช่น ย้ายคลังสินค้าต่างจังหวัดหรือข้ามภาค การใช้รถหกล้อหรือรถสิบล้อมักให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่า
ในทางปฏิบัติมีทั้งรูปแบบ ฝากส่งรายชิ้น และ การเหมาคัน ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น
| สถานการณ์ขนส่ง | ประเภทรถที่เหมาะ | รูปแบบบริการที่น่าใช้ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ของไม่มาก น้ำหนักไม่เกินหนึ่งตัน ระยะใกล้ | รถกระบะ | ฝากส่งรายชิ้นหรือเหมาคัน | เหมาะกับร้านค้าออนไลน์หรือย้ายของไม่กี่ชิ้น |
| ของปานกลาง หลายชิ้น ระยะกลาง | รถสี่ล้อใหญ่ | ฝากส่งรายชิ้นหรือเหมาคัน | เลือกเหมาคันเมื่อของเกือบเต็มคันเพื่อลดการขนถ่ายซ้ำ |
| ของเต็มคัน น้ำหนักมาก ระยะไกล | รถหกล้อ หรือรถสิบล้อ | เหมาคัน | ลดโอกาสของเสียหาย เพราะไม่ต้องย้ายของขึ้นลงหลายเที่ยว |
| สินค้าอุตสาหกรรมหรือเครื่องจักรหนัก | รถสิบล้อ หรือรถกึ่งพ่วง | เหมาคัน | ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหนักและจุดยกของโดยเฉพาะ |
จากประสบการณ์ที่ รถรับจ้างย้ายของ.com ดูแลงานขนส่งให้ทั้งลูกค้าทั่วไปและโรงงาน การวางแผนล่วงหน้าและคุยรายละเอียดให้ชัด ช่วยลดงบขนส่งได้หลายพันบาทต่อเที่ยวเมื่อเทียบกับการเลือกรถโดยไม่คิดเผื่อจริงจัง
รถรับจ้างย้ายของ.com บริการรถขนของครบทุกประเภท ดูแลของคุณเสมือนของเราเอง

เมื่อรู้แล้วว่า ประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง ขั้นต่อมาคือการหาทีมงานที่ช่วยเลือกและจัดการให้ทั้งงานจบและไม่บานปลาย
รถรับจ้างย้ายของ.com เกิดมาจากความตั้งใจจะทำให้การย้ายบ้าน ย้ายคอนโด ย้ายหอพัก ย้ายสำนักงาน ออฟฟิศ หรือขนย้ายโกดัง คลังสินค้าธุรกิจเป็นเรื่องเบาใจที่สุดสำหรับลูกค้า
เราให้บริการทั้งบุคคลทั่วไป ธุรกิจ SME ร้านค้าออนไลน์ บริษัท และโรงงานที่ต้องการขนส่งต่างจังหวัด หรือย้ายสำนักงานและคลังสินค้า
ทุกงานจะเริ่มจากการสอบถามรายละเอียดสินค้าก่อนเสมอ เพื่อแนะนำประเภทรถที่พอดีกับงานและงบ ไม่ให้ลูกค้าต้องจ่ายเกินความจำเป็น
ประเภทรถและบริการที่ รถรับจ้างย้ายของ.com ให้บริการ
ในฝั่งประเภทรถ เราคัดเฉพาะกลุ่มที่ตอบโจทย์งานขนของจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งงานบุคคลและงานธุรกิจ
ลูกค้าจึงไม่ต้องปวดหัวกับคำถามเรื่องประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง เราจะเป็นคนช่วยเลือกให้
- รถกระบะรับจ้าง เหมาะกับของชิ้นเล็กถึงกลาง เช่น ส่งมอเตอร์ไซค์ เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเดียว กล่องพัสดุจำนวนหนึ่ง หรือเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้น ทีมงานจะช่วยแพ็ก ห่อกันกระแทก และยกขึ้นลงให้ครบ ลูกค้าจึงไม่ต้องยกของหนักเองเลย
- รถสี่ล้อใหญ่รับจ้าง เหมาะกับงานที่ของมากกว่ารถกระบะแต่ยังอยากได้ความคล่องตัว เช่น ย้ายหอพักหลายห้อง ส่งของเข้าคลังสินค้า หรือขนสินค้าธุรกิจออนไลน์ล็อตใหญ่ เราช่วยจัดเรียงของให้แน่นและปลอดภัย ลดช่องว่างที่ทำให้ของกระแทกกันระหว่างรถวิ่ง
- รถหกล้อรับจ้าง ใช้กับงานย้ายบ้าน ย้ายออฟฟิศ ขนของโรงงาน หรือส่งสินค้าไปต่างจังหวัด โดยทีมงานของ รถรับจ้างย้ายของ.com จะลงพื้นที่ช่วยยกของทั้งต้นทางและปลายทาง ลูกค้าหลายรายใช้บริการแบบเหมาคันเพื่อให้ของทั้งบ้านไปพร้อมกันเที่ยวเดียวประหยัดเวลามาก
- รถสิบล้อ เหมาะสำหรับสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ เครื่องจักร หรือสินค้าเข้าคลังโรงงาน เราดูแลตั้งแต่การประเมินจุดยกของ การผูกมัดให้มั่นคง ไปจนถึงวางของ ณ จุดปลายทางอย่างปลอดภัย พร้อมให้คำแนะนำเรื่องช่วงเวลาวิ่งที่เหมาะสมเพื่อลดปัญหารถติดในเมือง
ในทุกประเภทรถ รถรับจ้างย้ายของ.com มีบริการเสริมแบบ Door to Door ทั้งรับของถึงหน้าบ้านและส่งถึงปลายทาง
ลูกค้าเลือกได้ทั้งแบบเหมาคันและฝากส่งรายชิ้น พร้อมพนักงานช่วยยกของให้ทุกคัน
“ทีมงานรถรับจ้างย้ายของ.com ดูแลสิ่งของของคุณเสมือนเป็นของของเราเอง ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องกังวล”
จุดเด่นที่ทำให้ รถรับจ้างย้ายของ.com แตกต่าง
จุดยืนของเราไม่ใช่แค่มีรถหลายประเภท แต่คือดูแลทุกกล่อง ทุกชิ้น เหมือนเป็นของในบ้านตัวเอง
สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดที่ลูกค้าชอบและบอกต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง
- ประกันสินค้าระหว่างขนส่งสูงสุดห้าแสนบาทให้ฟรีทุกงาน ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดคิดยังมีวงเงินชดเชยรองรับ การมีประกันช่วยให้ตัดสินใจใช้บริการขนส่งสำหรับของมูลค่าสูงได้ง่ายขึ้นมาก
- ราคาโปร่งใส คิดตามระยะทาง น้ำหนักบรรทุก และความยากง่ายจริง ไม่มีบวกเพิ่มหน้างาน ทีมงานจะแจ้งราคาชัดเจนตั้งแต่ตอนเสนอราคา ลูกค้าหมดกังวลเรื่องราคาบานปลายกลางทาง
- มีระบบ GPS ติดตามรถทุกคันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ลูกค้าดูสถานะได้ว่าของอยู่ไหนแล้ว ใกล้ถึงหรือยัง ลดความเครียดเมื่อมีของสำคัญที่ต้องส่งให้ทันเวลา
- คนขับรถและทีมยกของผ่านการอบรมมาเฉพาะด้าน ทั้งเรื่องการชะลอรถก่อนเจอเนินหรือทางขรุขระ การจัดเรียงสินค้าบนรถ และมารยาทในการบริการ เสียงสะท้อนจากลูกค้าหลายรายจึงมักพูดเหมือนกันว่าสบายใจกับทีมงานหน้างานมาก
- เราให้คำปรึกษาฟรีสำหรับการเลือกประเภทรถขนของเหมาะกับแต่ละงาน พร้อมใบเสนอราคาชัดเจน ลูกค้าจำนวนไม่น้อยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีทางโทรศัพท์หรือ Line ก็ได้คำตอบว่าจะใช้รถแบบไหนและงบประมาณประมาณเท่าไร
ข้อควรรู้เรื่องกฎระเบียบและความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า

เมื่อพูดถึงประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง ด้านกฎหมายและความปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กัน
การใช้รถผิดประเภทหรือบรรทุกเกินพิกัดไม่เพียงแค่เสี่ยงต่อการโดนปรับ แต่ยังกระทบต่อสภาพสินค้าและความปลอดภัยบนถนนอีกด้วย
กฎหมายไทยกำหนดน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของรถแต่ละประเภทไว้อย่างละเอียด ทั้งตามจำนวนเพลาและประเภทถนน
ข้อมูลจาก กรมทางหลวง ชี้ว่า การบรรทุกเกินพิกัดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ถนนและสะพานเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติหลายเท่า และยังเพิ่มระยะเบรกของรถบรรทุกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนถนนอีกด้วย
ในเขตกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ยังมีการกำหนดช่วงเวลาที่รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมืองได้
ผู้ประกอบการที่ไม่วางแผนเวลาเดินรถอาจต้องจอดรอเป็นชั่วโมงซึ่งเท่ากับต้นทุนแฝงทั้งค่าน้ำมันและค่าแรง
ผู้ให้บริการมืออาชีพอย่าง รถรับจ้างย้ายของ.com จึงต้องวางแผนเวลารถเข้าพื้นที่ให้เหมาะกับกฎระเบียบของแต่ละจังหวัดอยู่เสมอ
นอกจากนี้ เรื่อง ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่ง ก็สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะของมูลค่าสูงหรือสินค้าที่แตกหักง่าย
การมีประกันครอบคลุมช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินของทั้งผู้ส่งและผู้รับอย่างมาก
สาเหตุที่กฎหมายไทยต้องแบ่งประเภทรถบรรทุก
การแบ่งประเภทรถบรรทุกออกเป็นหลายแบบไม่ได้ทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้นเกินไป แต่ช่วยให้จัดการความปลอดภัยบนถนนได้ดีขึ้น
รถหกล้อ รถสิบล้อ รถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วงต่างมีขนาด น้ำหนัก และรูปแบบการใช้งานที่ต่างกันชัดเจน การมีกฎเฉพาะสำหรับแต่ละประเภทจึงช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มาก
ในมุมการจราจร การกำหนดเวลาและช่องทางสำหรับรถบรรทุกช่วยให้การไหลของรถเล็กในเมืองยังเดินต่อได้
หน่วยงานอย่าง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร จึงออกแผนบริหารรถบรรทุกในเขตเมืองใหญ่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน
ด้านสิ่งแวดล้อม การควบคุมมาตรฐานไอเสียของรถบรรทุกแต่ละประเภทช่วยลดมลพิษในอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กจากเครื่องยนต์ดีเซล
ส่วนด้านเศรษฐกิจ การที่ผู้ประกอบการเข้าใจประเภทของรถอย่างถูกต้อง ช่วยให้เลือกรถตรงงาน ลดต้นทุน และทำให้ระบบโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปแบบเข้าใจง่าย
ถ้ากลับไปที่คำถามตั้งต้นว่า ประเภทรถขนของมีอะไรบ้าง และจะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับทั้งสินค้าและงบ
คำตอบคือ ต้องมองทั้งประเภทตามกฎหมาย ขนาดและน้ำหนักบรรทุก ลักษณะพิเศษของสินค้า รวมถึงระยะทางและรูปแบบการบริการที่ต้องการ
เมื่อประเมินได้แล้วว่าของของเราหนักแค่ไหน เปราะบางหรือไม่ และต้องเดินทางไกลเพียงใด ก็สามารถเลือกได้แม่นขึ้นว่าควรใช้รถกระบะ รถสี่ล้อใหญ่ รถหกล้อ รถสิบล้อ หรือรถพิเศษอย่างรถห้องเย็น
การเลือกให้พอดีช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดโอกาสเกิดความเสียหาย และส่งของถึงปลายทางได้อย่างสบายใจ
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกรถแบบไหน สามารถติดต่อ รถรับจ้างย้ายของ.com เพื่อปรึกษาและขอใบเสนอราคาฟรี
ทีมงานพร้อมช่วยคิดเรื่องรถ แพ็กของ ยกของ และวางแผนเดินรถให้ครบ จบในที่เดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทรถขนของ
ส่วนนี้รวบรวมคำถามสั้นๆ ที่หลายคนสงสัยเรื่องประเภทรถขนของและการเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน
ทุกคำตอบออกแบบให้อ่านแยกจากบทความหลักได้ทันที
รถขนของมีกี่ประเภทตามกฎหมายไทย?
กฎหมายไทยแบ่งรถบรรทุกออกเป็นเก้าประเภทตามโครงสร้างและการใช้งานหลัก เช่น รถกระบะบรรทุก รถตู้บรรทุก รถบรรทุกของเหลว รถกึ่งพ่วง และรถลากจูง นอกจากนี้ ในงานจริงยังนิยมแบ่งตามขนาด น้ำหนักบรรทุก และรูปแบบตัวถัง เช่น รถห้องเย็นหรือรถเทรลเลอร์คอนเทนเนอร์ด้วย
รถกระบะกับรถหกล้อต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?
รถกระบะบรรทุกได้ประมาณห้าร้อยกิโลกรัมถึงหนึ่งตัน คล่องตัว เหมาะกับสินค้าน้อยชิ้นในเมืองหรือระยะใกล้ ส่วนรถหกล้อบรรทุกได้ราวสามถึงหกตัน เหมาะกับการย้ายบ้าน ย้ายออฟฟิศ หรือขนสินค้าต่างจังหวัด ควรเลือกจากน้ำหนักรวมและปริมาณของจริงเป็นหลัก
ขนส่งสินค้าต่างจังหวัดควรเลือกรถแบบไหน?
ถ้าสินค้าไม่มากนัก รถหกล้อมักเพียงพอและคุ้มค่า แต่หากมีน้ำหนักรวมมากหรือเป็นสินค้าโรงงานจำนวนมากอาจต้องใช้รถสิบล้อหรือรถกึ่งพ่วง ถ้าของไม่เต็มคัน การฝากส่งรายชิ้นบนรถเที่ยวประจำช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการเหมาคันทั้งคันได้ดี
รถขนส่งสินค้าเย็นคืออะไร และใช้กับสินค้าประเภทไหน?
รถขนส่งสินค้าเย็นคือรถบรรทุกที่มีระบบทำความเย็นควบคุมอุณหภูมิภายในได้ตั้งแต่ระดับแช่เย็นไปจนถึงแช่แข็ง เหมาะกับอาหารสด เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ผักผลไม้ ยา และวัคซีน รวมถึงสินค้าที่ต้องการรักษาอุณหภูมิคงที่เพื่อคงคุณภาพตลอดการขนส่ง
การขนส่งแบบเหมาคันกับฝากส่งรายชิ้นต่างกันอย่างไร?
การเหมาคันคือการจองรถทั้งคันสำหรับสินค้าของคุณเพียงรายเดียว เหมาะเมื่อของเยอะเต็มคันและไม่อยากให้มีการย้ายของขึ้นลงหลายรอบ ส่วนการฝากส่งรายชิ้นคือจองเฉพาะพื้นที่บนรถร่วมกับลูกค้ารายอื่น เหมาะกับของปริมาณไม่มากเพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการจองรถทั้งคันอย่างชัดเจน